Astaxanthin

Astaxanthin สุดยอด สารต้านอนุมูลอิสระ

Table of Contents

ทำความรู้จัก Super Antioxidant “สารแอสตาแซนธิน (Astaxanthin)” ซึ่งเป็นสารแคโรคทีนอยด์ที่มีประโยชน์หลากหลายและะมีคุณค่ามากที่สุดชนิดหนึ่งที่พบในธรรมชาติ โดยเฉพาะเป็นสารกำจัดอนุมูลอิสระ(Free radical)ที่มีสมบัติช่วยลดความรุนแรงของ “โรคอัลไซเมอร์” โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน ระบบเผาผลาญ อายุยืนยาวและช่วยทำให้ผิวสวยอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอยได้อีกด้วย

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คืออะไร

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) พบ ในปลาแซลมอน เปลือกกุ้งปู และ Microalgae Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับสารชนิดนี้จากอาหารชนิดอื่น

แต่ปริมาณที่ได้จากธรรมชาติจะน้อยมาก เช่น ปลาแซลมอน 200 กรัม จะมีแอสตาแซนธินเพียง 1 มิลลิกรัม เท่านั้น

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) จากธรรมชาติ มีจากหลายแหล่ง เช่น สาหร่ายสีแดง Microalgae Haematococcus Pluvialis จากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการสกัด ด้วยระบบปิด ปราศจากการปนเปื้อน ไม่ใช้สารเคมี ทำให้ได้แอสตาแซนธินธรรมชาติบริสุทธิ์ 100% มีคุณภาพสูง มีปริมาณความเข้มข้นคงที่

Red Algae - สาหร่ายแดง

ข้อดี ของ แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ชะลอความชรา ลดริ้วรอย
  • ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ
  • ช่วยบำรุงสายตาลดอาการเมื่อยล้าของสายตา
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยบำรุงสมอง
  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยดูแลลสุขภาพตับ
  • ช่วยดูแลสุขภาพกระเพาะอาหาร

ประโยชน์ ของ แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)

1. สารต้านอนุมูลอิสระ

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แอสตาแซนธินมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ได้ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งแตกต่างกับ เบตาแคโรทีน วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ที่แค่ช่วยปกป้องภายในหรือภายนอกของเยื่อหุ้มเซลล์เท่านั้น ดังนั้นแอสตาแซนตินสามารถปกป้องเซลล์ได้ครอบคลุมมากกว่านั่นเอง

มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทําการศึกษาประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ พบว่า แอสต้าแซนธินมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้แรงกว่าสารชนิดอื่น ดังนี้

  • วิตามิน ซี 6,000 เท่า
  • โคคิวเท็น (CoQ10) 800 เท่า
  • วิตามิน อี 550 เท่า
  • Green tea catechins 550 เท่า
  • Alpha lipoic acid 75 เท่า
  • เบต้าแคโรทีน 40 เท่า
  • สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า

2. ชะลอความชรา ลดริ้วรอย

ริ้วรอยที่ปรากฏ เป็นผลสืบเนื่องจาก ผิวหนังชั้นในสุดถูกทําลาย เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความชรา ผิวหนังจะใช้เวลาในการสร้างเซลล์ผิวใหม่เพื่อทดแทนเซลล์ผิวที่ตายแล้วประมาณ 4 สัปดาห์ ส่งผลให้ผิวหนังหม่นหมอง ไม่สดใส เกิดริ้วรอย แอสตาแซนตินจะดักจับอนุมูลอิสระที่ผลิตออกมา จึงทำให้ผิวหนังสามารถเกิดกระบวนการสร้างใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ผิวมีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ริ้วรอยลดลง และเกิดความสมดุลของเกราะกำบังผิว

3. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน

คนที่เป็นเบาหวานจะมีการสร้างอนุมูลอิสระปริมาณมาก เมื่ออนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น เชลล์ตับอ่อนที่สร้างอินซูลินถูกทําลายได้ง่าย ทําให้อินซูลินทำงานผิดปกติ เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจากการศึกษาพบว่า แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ธรรมชาติ สามารถลดอนุมูลอิสระในเซลล์ตับอ่อนได้ จึงช่วยชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความไวต่อการทำงานของอินซูลินกับเซลล์ภายในร่างกายอีกด้วย

4. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

อนุมูลอิสระสามารถทำลายเซลล์ของผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันได้ ซึ่งแอสต้าแซนธินสามารถกำจัดและป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมาทําลายผนังหลอดเลือด จึงช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่า แอสตาแซนธินธรรมชาติ สามารถลดการเกิดออกซิเดชันของ LDL Cholesterol ลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์และไขมันรวม และช่วยเพิ่ม HDL Cholesterol (ไขมันชนิดดีต่อสุขภาพ)

5. ช่วยดูแลสุขภาพกระเพาะอาหาร

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ธรรมชาติจะช่วย ลดการเกิดการอักเสบในทางเดินอาหาร อันเนื่องมาจากเชื้อ H.pyroli อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคกระเพาะอาหาร และกระเพาะอาหารอักเสบ

แอสตาแซนธิน - Astaxanthin

6. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อดวงตา

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) จะต่อต้านการทำลายของอนุมูลอิสระ ที่ซึมผ่านเยื่อหุ้มเชลล์ที่กล้ามเนื้อตา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่มาเลี้ยงจอตา ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ปรับย่อขยายเลนส์ตาแข็งแรงมากขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดความเมื่อยล้าจากการหดตัวของกล้ามเนื้อดวงตา

7. ดูแลสุขภาพตับ

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) จึงมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยให้ตับแข็งแรง ซึ่งตับที่แข็งแรงจะส่งผลต่อสุขภาพที่แข็งแรงของเราด้วย

8. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อการอักเสบเเละต่อสู้กับความเครียดจากออกซิเดชัน และะทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง

9. ช่วยเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ

จากผลการศึกษาโดยให้รับประทาน แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ธรรมชาติ ขนาด 2-4 มก./วัน เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า แอสตาแซนธินธรรมชาติช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ช่วยเพิ่มระดับ ความทนทานของร่างกาย ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นและอ่อนเพลียน้อยลง

โรคที่นิยมบำรุงด้วย แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)

  • โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
  • โรคพากินสัน (Parkinson’s disease)
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • ภาวะคอเลสเตอรอลสูง
  • โรคตับ
  • โรคทางตา ได้แก่ ต้อกระจก (Cataract) และจุดภาพตาเสื่อมตามวัย (Macular degeneration) โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดกับเบาหวานสูง
  • โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal tunnel syndrome)
  • โรคข้อต่อรูมาตอยด์อักเสบ (Rheumatoid arthritis)

ผู้ที่ควรทาน แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)

  • ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพทุกเพศทุกวัย
  • ผู้ที่ใส่ใจในความงามและสุขภาพผิว
  • ผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆเป็นประจำเช่น
  • ความเครียด ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์
  • ผู้ที่ทำงานหนัก
  • ผู้ที่ต้องทํางานใช้สายตากับคอมพิวเตอร์นาน
  • นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีภาวะความเครียด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารอักเสบ

ปริมาณของ แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ที่ควรได้รับต่อวัน

มีรายงานการวิจัยระบุว่า แนะนำให้รับประทานแอสตาแซนธิน วันละ 2-12 มก. เป็นประจํา

หากมีข้อสงสัยด้านปริมาณที่ควรรับประทาน

ควรสอบถามเภสัชกรที่ร้านขายยาหรือแพทย์ในโรงพยาบาล

วิธีการรับประทานอาหารเสริม แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)

รับประทานอาหารเสริม แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ควรรับประทานพร้อมอาหาร เนื่องจากแคโรทีนอยด์ละลายในไขมันได้ เช่น วิตามินอีและวิตามินเค แอสตาแซนธินจึงดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อรับประทานพร้อมอาหาร

ปริมาณที่นิยมบริโภคสำหรับผู้ใหญ่คือ 4–18 มิลลิกรัมต่อวัน และรับประทานต่อเนื่องกันไม่เกิน 12 สัปดาห์ โดยปริมาณการรับประทานขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ปริมาณ 4 มิลลิกรัมต่อวันมีผลในการลดการอักเสบได้ดี หรือบริโภคในปริมาณ 12 มิลลิกรัมต่อวันมีส่วนช่วยในการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้มากขึ้น

แม้จะเป็นสารจากธรรมชาติก็ไม่สามารถรับประกันถึงความปลอดภัย จึงควรใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนการรับประทาน รวมไปถึงรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อวัน

Healthy Breakfast

เอกสารอ้างอิง

  • Choi, Hye Duck, et al. “Positive effects of astaxanthin on lipid profiles and oxidative stress in overweight subjects.” Plan Foods Hum Nutr. November 2011. pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • Ito, Naoki, et al. “The Protective Role of Astaxanthin for UV-Induced Skin Deterioration in Healthy People-A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled Trial.” Nutrients. June 2018. pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • Ni, Yinhua, et al. “Astaxanthin prevents and reverses diet-induced insulin resistance and steatohepatitis in mice: A comparison with vitamin E.” Sci Rep. November 2015. pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • Tominaga, Kumi, et al. “Protective effects of astaxanthin on skin deterioration.” J Clin Biochem Nutr. July 2017. pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
  • Urakaze, Masaharu, et al. “The Beneficial Effects of Astaxanthin on Glucose Metabolism and Modified Low-Density Lipoprotein in Healthy Volunteers and Subjects with Prediabetes.” Nutrients. December 2021. mdpi.com

แชร์บทความนี้ :

สอบถามรายละเอียด หรือ นัดหมายการตรวจ

ทีแอลซี อุดร แลบเซ็นเตอร์ (สาขา อุดรธานี)

ขอนแก่น ทีแอลซี แลบเซ็นเตอร์ (สาขา ขอนแก่น)

โกลบอล ทีแอลซี ยูดี เมดิคอลแลบ (สาขา กรุงเทพฯ)

You cannot copy content of this page

แจ้งย้าย ที่ทำการ ขอนแก่น ทีแอลซี แลบ เซ็นเตอร์