ภาวะเครียด - Stress

ภาวะ เครียด มีผลอย่างไรต่อร่างกาย?

Table of Contents

ภาวะ เครียด เกิดขึ้นเเล้ว มีผลอย่างไรต่อร่างกาย?

ความ เครียด เป็นภาวะของอารมณ์เเละความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเเละพบได้ทุกวัน เมื่อบุคคลต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ วุ่นวายใจ มีความกลัวหรือวิตกกังวล ตลอดจนถูกบีบคั้นหรืออันตราย ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจะเตรียมให้ร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้ อาการที่ปรากฏก็เป็นเพียงทางกาย เช่น ความดันโลหิตสูง ใจสั่น แต่สำหรับชีวิตประจำวันมีไม่กี่คนที่จะทราบว่าตัวเราเองได้รับความเครียดโดยที่ไม่รู้ตัวหรือไม่มีทางหลีกเลี่ยง การที่มีความเครียดสะสมเรื้อรังทำให้เกิดอาการทางกาย และทางอารมณ์

สาเหตุของภาวะ เครียด

ความเครียดเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัย นั่นคือ

  • ปัจจัยภายนอก เช่น เรื่องงาน เรื่องเรียน ปัญหาชีวิตส่วนตัว ปัญหาการเงิน การย้ายบ้าน เป็นต้น
  • ปัจจัยภายใน โดยที่บางคนมีนิสัยคิดมาก ชอบวิตกกังวลในเรื่องเล็กน้อย หรือสารเคมีในสมองไม่สมดุลทำให้เกิดอารมณ์เครียดและเศร้าง่าย
สาเหตุ ความเครียด - Causes of stress

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิด ความ เครียด

  • กรรมพันธุ์ที่ทำให้ระบบประสาทเกิดความเครียดง่าย หรือพ่อแม่มีนิสัยเครียด กังวลง่าย ทำให้พฤติกรรมดังกล่าวถ่ายทอดไปสู่ลูก
  • สภาพแวดล้อมที่เครียด และกดดัน เช่น ทำงานที่มีความแข่งขันสูง ทำให้พนักงานเครียด หรือมีปัญหาในครอบครัว
  • อายุที่เสี่ยงต่อการเกิดความเครียดได้ง่าย คือวัยที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เช่น จากเด็กไปสู่วัยรุ่น เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน มีการปรับตัวในสังคม และในช่วงของ วัยใกล้หมดประจำเดือน(menopause) ของผู้หญิง รวมถึงผู้ชายวัยทองที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเช่นกัน ถึงแม้อาการน้อยกว่าผู้หญิง แต่ก็ทำให้มีอารมณ์หงุดหงิด วิตกกังวลและโกรธง่ายเช่นกัน

ประเภทของความ เครียด

ความเครียดแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Acute stress คือ ความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีจากความกดดันในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง เช่น กำหนดการในการทำงาน การเผชิญหน้ากับความท้าทาย หรือเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจ เมื่อความเครียดหายไป ร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
  • Episodic acute stress คือ เกิดจากการประสบกับความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีหลายครั้งติดต่อกัน เช่น เริ่มจากมีปัญหาสุขภาพ หลังจากนั้นตกงาน ตามมาด้วยการหย่าร้าง เป็นต้น หรือบางคนชอบเครียดและวิตกกังวลจนรีบเร่งและใจร้อนในทุกเรื่อง ทำให้เกิดความเครียดบ่อยๆ
  • Chronic stress คือ ความวิตกกังวลและความกดดันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเหมือนไม่มีวันสิ้นสุดจนสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง ความเครียดเช่นนี้มีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

โรคทางกายที่เกิดจากความเครียด

  • โรคทางเดินอาหาร
  • โรคปวดศีรษะไมเกรน
  • โรคปวดหลัง
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคหัวใจ
  • ตับอักเสบจากการติดสุรา
  • ถุงลมโป่งพองจากการติดบุหรี่
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคหอบหืด
  • ภูมิคุ้มกันต่ำลง
  • เป็นหวัดง่าย
  • มะเร็ง
โรคที่เกิดจากความ เครียด - Physical diseases caused by stress

ภาวะความเครียดและฮอร์โมน สัมพันธ์กันอย่างไร

ความเครียดเป็นภาวะของอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ และทำให้รู้สึกถูกกดดัน ไม่สบายใจ วุ่นวายใจ กลัว วิตกกังวล ตลอดจนถูกบีบคั้น เมื่อบุคคลรับรู้หรือประเมินว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่คุกคามจิตใจ หรืออาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จะส่งผลให้สภาวะสมดุลของร่างกายและจิตใจเสียไป ฮอร์โมนที่มีความสำพันธ์กับความเครียด ได้เเก่

1. ฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol)

คอร์ติซอล คือ สเตียรอยด์ ฮอร์โมน (Steroid hormone) จัดเป็นฮอร์โมนกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoids) ที่ผลิตจากต่อมหมวกไตชั้นนอก และส่งผ่านไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่านกระแสเลือด เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมา เพื่อตอบสนองต่อสภาวะเครียดหรือกดดันต่างๆ จึงมักเรียกกันว่า “ฮอร์โมนความเครียด” ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้เป็นฮอร์โมนความเครียดหลักของร่างกาย (Stress hormone) ปกติร่างกายจะหลั่งออกมาปริมาณมากที่สุดในตอนเช้า ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น และมีพลังต่อสู้ในวันใหม่ของทุกวัน และจะลดลงเหลือเพียง 10% ในช่วงเย็น ถ้าหากร่างกายมีความเครียดสะสม ต่อมหมวกไตจะหลั่งคอร์ติซอลออกมามากเกินไป เกิดผลเสียคือกระตุ้นให้เกิดการสลายตัวของร่างกายมากเกินไป ทำให้ร่างกายเสื่อมถอย ต่อมหมวกไตต้องดึงเอาฮอร์โมนอื่นๆ ทั้งฮอร์โมนต้านเครียด (Dyhydroepiandrosterone-DHEA) ฮอร์โมนเพศ (Estrogen, Progesterone, Testosterone) มาใช้สังเคราะห์เป็นคอร์ติซอลจนหมด เกิดภาวะพร่องฮอร์โมน ทำให้ร่างกายอ่อนล้า หรือเรียกว่าภาวะต่อมหมวกไตล้า (Adrenal Fatigue)

เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง จะจัดการอย่างไรดี?

  • จัดการกับความเครียด (Stress Management) โดยการหากิจกรรมคลายความเครียดทางจิตใจ เช่น การเล่นโยคะ การนวด หรือการบำบัด โดยใช้คลื่นเสียง (Sound Healing)
  • ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสร ะ เช่น ผักและผลไม้ที่ไม่หวานเกินไป ข้าว ถั่ว เนื้อสัตว์บางประเภท เช่น เป็ด ไก่ ปลา
  • ลดความเครียดทางร่างกาย
    • หลีกเลี่ยงสารพิษ เนื่องจากสามารถทำให้ร่างกายอักเสบและนำไปสู่ความเครียดได้
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักเกินไป สามารถออกกำลังกายแบบเบาๆได้ (Calming Exercise) หรือ การออกกำลังกายที่ใช้พลังงานต่ำหรือ Low-intensity workouts เช่น การวิ่ง จ๊อคกิ้ง (Jogging) หรือการออกกำลังกายที่เรายังสามารถพูดคุยได้ตามปกติขณะออกกำลังกาย

2. ฮอร์โมน Dyhydroepiandrosterone (DHEAs)

DHEA คือ ฮอร์โมนเพศชนิดหนึ่งที่เป็นฮอร์โมนตั้งต้นของทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย (Pre-sex hormones) และยังเป็น ฮอร์โมนต้านความเครียด (Anti-stress hormones) ช่วยต้านฤทธิ์ของ Cortisol เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ทั้งนี้ DHEAs เป็นฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นจากต่อมหมวกไต ซึ่งเป็นฮอร์โมนตั้งต้นที่ร่างกายนำมาผลิตฮอร์โมนสำคัญ หลายชนิด เช่น ฮอร์โมนเพศ อาทิ เทสโทสเทอโรน หรือเอสโตรเจน โดยระดับของฮอร์โมน DHEAs นั้น จะผลิตได้สูงสุดในช่วงอายุประมาณ 25 ปี และจะลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

จัดการอย่างไร เมื่อฮอร์โมน DHEAs อยู่ในระดับต่ำ

  • ลดความเครียดทางจิตใจ
  • ลดความเครียดทางร่างกาย (ไม่ควร ออกกำลังกายหนัก และ ทานอาหารที่มีสารพิษ)
  • หลีกเลี่ยงการทานกาแฟ
  • หลีกเลี่ยงการทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • งดการสูบบุหรี่
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ (ก่อน 4 ทุ่ม)
  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ (แนะนำให้ทานตาม Canada Food Diet)
  • กินวิตามินและเกลือแร่ให้เพียงพอ
  • รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการทานแป้งขัดสี ควรรับประทานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีเส้นใยสูง
How to manage DHEAs when levels are low

เมื่อเกิดภาวะฮอร์โมนคอร์ติซอล และ DHEA ไม่สมดุล นำไปสู่ภาวะต่อมหมวกไตล้า

ภาวะต่อมหมวกไตล้า เป็นภาวะที่ต่อมหมวกไตมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนในลุ่มสเตียรอยด์ เช่น ฮอร์โมนต้านความเครียดและฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับเกลือเเร่ (Aldersterone hormone) ฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว (Cortisol hormone) ทำงานน้อยลง ทำให้การสร้างฮอร์โมนต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม

ในการวินิจฉัย ภาวะต่อมหมวกไตล้า จะต้องมีวัดระดับของฮอร์โมนต่อมหมวกไต (Adrenal hormones) 2 ชนิด ที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) และ ดีเอชอีเอ (DHEA) ซึ่งสามารถวัดได้จากผลเลือด ในปัจจุบันนี้ การรักษาภาวะต่อมหมวกไตล้าจะมุ่งเน้นไปที่การปรับให้ฮอร์โมน 2 ชนิดนี้ให้อยู่ระดับที่สมดุล

อาการต่อมหมวกไตล้า

         ภาวะ “ต่อมหมวกไตล้า” เป็นอาการผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่ง ที่มีความเครียดเรื้อรังเป็นตัวกระตุ้น หากพบอาการผิดปกติที่ตรงกับ อาการแสดงด้านล่างอย่างน้อย 5 ข้อ อาจกำลังเผชิญกับภาวะต่อมหมวกไตล้า

  • มีปัญหากับการตื่นนอนตอนเช้า
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อยากงีบหลับ ช่วงกลางวัน
  • ง่วงแต่นอนไม่หลับ
  • มีอาการวิงเวียน ศีรษะ หน้ามืด เวลาเปลี่ยนท่าทาง (ลุก-นั่ง)
  • อยากรับประทานอาหารรสหวาน หรือรสเค็ม
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • ปวดประจำเดือนบ่อย
  • เป็นภูมิแพ้กำเริบบ่อยๆ
  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
  • ท้องผูก
  • เครียด ซึมเศร้า
  • คุมอาหาร ออกกำลังกายเป็นประจำแต่น้ำหนักไม่ลดลง
  • รู้สึกสดชื่นทันที เมื่อได้รับประทานน้ำตาล หรือขนมหวาน
  • ผิวแห้งและแพ้ง่าย

ดูเเลสุขภาพ ตรวจเช็คภาวะเครียดสะสม  เรามีโปรเเกรมตรวจเช็คภาวะเครียด คลิกที่นี่

แหล่งอ้างอิง

  • The Hormone Handbook by Thierry Hertoghe, MD. 2006
  • Canada food guide diet.
  • ทำความรู้จักกับคอร์ติซอล ฮอร์โมนสำคัญของร่างกาย. (2022). Retrieved from Pobpad: pobpad.com
  • DHEAs ไม่ใช่แค่ฮอร์โมนต้านความเครียด แต่ช่วยชี้วัดสุขภาพของคุณได้. (2021, December 27). Retrieved from Phayathai hospital: phyathai.com
  • 8 ฮอร์โมนสำคัญของร่างกายที่ต้องทำความรู้จักและรับมือให้เป็น. (2021, January 1). Retrieved from Phayathai hospital: phyathai.com
  • คุณกำลังเสพติด ความเครียดอยู่หรือเปล่า. (2020, April). Retrieved from Bangkok hospital: bangkokhospital.com
  • Stress Hormone. (2020). Retrieved from Medtopia: medtopiaclinic.com
อาการหมวกไตล้า - Symptoms of adrenal fatigue

แชร์บทความนี้ :

สอบถามรายละเอียด หรือ นัดหมายการตรวจ

ทีแอลซี อุดร แลบเซ็นเตอร์ (สาขา อุดรธานี)

ขอนแก่น ทีแอลซี แลบเซ็นเตอร์ (สาขา ขอนแก่น)

โกลบอล ทีแอลซี ยูดี เมดิคอลแลบ (สาขา กรุงเทพฯ)

You cannot copy content of this page

แจ้งย้าย ที่ทำการ ขอนแก่น ทีแอลซี แลบ เซ็นเตอร์