ถุงน้ำดีอักเสบ - cholecystitis

โรค ถุงน้ำดีอักเสบ เป็นอย่างไร?

Table of Contents

ประชากรโลกประมาณ 15% มีนิ่วในถุงน้ำดี และประมาณ 20% จะมีภาวะแทรกซ้อนจากนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งรวมถึง ถุงน้ำดีอักเสบ ด้วย นิ่วในถุงน้ำดีเป็นสาเหตุของการเกิดถุงน้ำดีอักเสบถึง 95%

โรค ถุงน้ำดีอักเสบ คืออะไร?

โรคถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis) คือโรคที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดอาการอักเสบที่บริเวณถุงน้ำดี (gallbladder) อวัยวะทรงลูกแพร์บริเวณข้างใต้ตับ ซึ่งทำหน้าที่กักเก็บน้ำดี ซึ่งเป็นของเหลวที่ตับผลิตขึ้น โดยน้ำดีจะถูกส่งผ่านทางท่อน้ำดีไปยังลำไส้เล็ก และไหลเข้าสู่ลำไส้ใหญ่เพื่อช่วยในการย่อยอาหารจำพวกไขมัน ผู้ป่วยโรคถุงน้ำดีอักเสบมักมีอาการปวดบริเวณใต้กระดูกซี่โครงข้างขวาซึ่งเป็นตำแหน่งของถุงน้ำดี อาการอักเสบนี้มักเกิดขึ้นจากการปรากฎขึ้นของนิ่ว เนื้องอก หรือสิ่งกีดขวางอื่นที่เข้าไปกีดขวางในท่อน้ำดีใหญ่ (bile duct) หรือ ท่อถุงน้ำดี (cystic duct)

สาเหตุหลักของ ถุงน้ำดีอักเสบ

สาเหตุของถุงน้ำดีอักเสบแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ

  1. ถุงน้ำดีอักเสบจากนิ่ว เป็นสาเหตุของโรคถุงน้ำดีอักเสบที่พบมากถึง 95% อาจเกิดจากก้อนนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone) หรือตะกอนของถุงน้ำดี (Biliary Sludge) ไปอุดตันทางออกถุงน้ำดี (Cystic Duct) จนทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบเป็นหนอง  เกิดเนื้อตายเน่าท่อน้ำดีติดเชื้อหรือติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งร้ายแรงอาจถึงชีวิตได้
  2. ถุงน้ำดีอักเสบจากสาเหตุอื่น พบได้ประมาณ 5% เช่น ถุงน้ำดีได้รับอุบัติเหตุฉีกขาด ถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดีเกิดเนื้องอก ท่อน้ำดีตีบตันจากพังผืด การทำงานที่ผิดปกติของถุงน้ำดีในผู้ป่วย ICU ผู้ป่วยสูงอายุที่มีเส้นเลือดเสื่อม ติดเชื้อ หรือได้รับอาหารทางเส้นเลือดนาน ๆ เป็นต้น

อาการของโรค ถุงน้ำดีอักเสบ

  • อาการปวดบริเวณช่องท้องทางด้านขวาที่เป็นตำแหน่งของถุงน้ำดี มักเป็นอาการที่พบได้บ่อย
  • อาการปวดบริเวณกลางช่องท้อง (บางครั้ง)หรือลามไปที่หลังและหัวไหล่ขวาร่วมด้วย
  • อาจมีอาการไข้ หรือกดเจ็บในบริเวณตำแหน่งของถุงน้ำดี (ผู้ป่วยบางราย)
  • อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วย(ผู้ป่วยบางราย)

โดยอาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นหลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะภายหลังการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงในปริมาณมาก

Gallbladder - ถุงน้ำดี

โรคถุงน้ำดีอักเสบมี 2 ประเภท คือ

  • โรคถุงน้ำดีอักเสบชนิดเฉียบพลัน (Acute cholecystitis) คือถุงน้ำดีเกิดอักเสบขึ้นทันทีทันใด มักมีอาการรุนแรง แน่นท้อง ท้องเฟ้อ เจ็บ/ปวดลึกๆ ใต้ชายโครงขวาและจะเจ็บมากเมื่อกดบริเวณนี้ อาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หนาวสั่น ส่วนใหญ่จะมีไข้ต่ำ แต่บางรายอาจมีไข้สูงได้เหมือนกัน เมื่อเป็นมากขึ้นก็จะตาเหลืองตัวเหลือง อุจจาระสีซีด และปัสสาวะสีเหลืองเข้ม หากถุงน้ำดีแตก จะมีไข้สูง หน้าท้องแข็ง เจ็บทุกส่วนของช่องท้องเพราะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ โดยทั่วไปโรคถุงน้ำดีอักเสบรักษาให้หายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าพบแพทย์ช้าเกินไป ถุงน้ำดีเน่าตายหรือทะลุแล้ว อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในช่องท้อง ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ 5-50% ขึ้นอยู่สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย อายุ ความรุนแรงของการติดเชื้อ และภาวะเชื้อดื้อยา
  • โรคถุงน้ำดีอักเสบชนิดเรื้อรัง (Chronic Cholecystitis) :อาการจะไม่รุนแรง แต่จะเกิดการอักเสบซ้ำบ่อยๆ อาการอักเสบดังกล่าวก็ไม่ชัดเจนนัก มักมีเพียงอาการเจ็บใต้ชายโครงขวา แต่เจ็บไม่มาก รวมถึงมีท้องอืดท้องเฟ้อเป็นประจำเมื่อกินอาหารมันๆ แต่หากเกิดการติดเชื้อเฉียบพลันซ้ำซ้อนขึ้นมาก็จะทำให้กลายเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบรุนแรงเหมือนชนิดเฉียบพลันได้เช่นกัน

การรักษาก่อนสาย

โดยทั่วไปถุงน้ำดีอักเสบเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ถ้าผู้ป่วยมีอาการภายใน 1 สัปดาห์แพทย์มักจะแนะนำทำการผ่าตัด แต่หากผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน เกิดถุงน้ำดีอักเสบรุนแรง แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะหรือเจาะถุงน้ำดีใส่สายระบายการติดเชื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ หากผู้ป่วยมีอาการมานานกว่า 1 สัปดาห์และมีการตอบสนองต่อยาดีจึงทำการผ่าตัดต่อไปใน 6 – 12 สัปดาห์ ถ้าผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาหรือมีการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือถุงน้ำดีเป็นหนองและมีเนื้อตายอาจต้องตัดสินใจผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

การทดสอบเพื่อวินิจฉัยถุงน้ำดีอักเสบทางห้องปฏิบัติการ

  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด(CBC)
  • การทดสอบ การทำงานของตับ(Liver function)

แชร์บทความนี้ :

สอบถามรายละเอียด หรือ นัดหมายการตรวจ

ทีแอลซี อุดร แลบเซ็นเตอร์ (สาขา อุดรธานี)

ขอนแก่น ทีแอลซี แลบเซ็นเตอร์ (สาขา ขอนแก่น)

โกลบอล ทีแอลซี ยูดี เมดิคอลแลบ (สาขา กรุงเทพฯ)

You cannot copy content of this page

แจ้งย้าย ที่ทำการ ขอนแก่น ทีแอลซี แลบ เซ็นเตอร์