ภาวะขาดวิตามินดี - vitaminD deficiency

วิตามินดี ไม่ใช่แค่ วิตามินธรรมดา

Table of Contents

วิตามินดี ไม่ใช่แค่วิตามินธรรมดา แต่ยังทำหน้าที่คล้าย “ฮอร์โมน” ในร่างกาย เมื่อร่างกายเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ (Calcitriol) วิตามินดีจะไปจับกับตัวรับวิตามินดี (Vitamin D Receptor: VDR) ซึ่งกระจายอยู่เกือบทุกเซลล์ในร่างกาย การจับกันของวิตามินดีกับ VDR จะช่วยควบคุมการแสดงออกของยีนจำนวนมาก ส่งผลต่อการทำงานของหลายระบบในร่างกาย ดังนั้นวิตามินดีจึงมีบทบาทครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่

  • ช่วยดูดซึมแคลเซียมและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
  • เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานสมดุล
  • ช่วยควบคุมการอักเสบ
  • การเผาผลาญพลังงาน
  • สร้างพลังงานในไมโทคอนเดรีย (Mitrocondria)
  • ปรับสมดุลฮอร์โมน เเละจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนเพศ เช่น เอสโตรเจน, โปรเจสเตอโรน, เทสโทสเตอโรน  (ส่งผลต่อแรงขับทางเพศ)
  • รักษาสมดุลสารสื่อประสาท  (เซโรโทนิน, โดพามีน, GABA, กลูตาเมต)
  • สนับสนุนการทำงานของตับในการล้างสารพิษ

ดังนั้น วิตามินดีจึงเป็น regulatory hormone-like substance ที่มีบทบาทสำคัญมากในระดับการทำงานของเซลล์ทั่วร่างกาย มากกว่าการเป็นเพียงสารอาหารเสริมทั่วไป

ภาวะขาด วิตามินดี คืออะไร

ภาวะขาดวิตามินดี คือ ภาวะที่ระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าปกติ จนเริ่มกระทบต่อกระดูก กล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน และการเผาผลาญของร่างกาย

ประเมินจากค่า 25-hydroxyvitamin D [25(OH)D] ในเลือด

12 สัญญาณเตือนว่าขาด วิตามินดี

  1. ความไวต่อความเจ็บปวดที่มากกว่าปกติ ระดับวิตามินดีที่ต่ำทำให้ระบบประสาทรับรู้ความเจ็บปวดผิดปกติ แม้การสัมผัสเบา ๆ ก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่าที่ควรเป็น
  2. ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล   วิตามินดีช่วยควบคุมการอักเสบในสมองและสมดุลสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนินและโดพามีน การขาดวิตามินดีจึงสัมพันธ์กับโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล รวมถึง โรคซึมเศร้าตามฤดูกาล มักจะเกิดในช่วง ปลายฝน-ฤดูหนาว ที่แสงงแดดดลดลงและะดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่มีแสงงแดดดมากขึ้น(Seasonal Affective Disorder:SAD)
  3. ง่วงนอนและอ่อนเพลียระหว่างวัน  วิตามินดีจำเป็นต่อการสร้างพลังงานในไมโทคอนเดรีย หากขาดไปจะทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายแม้ไม่ได้ป่วยก็ตาม
  4. เจ็บป่วยบ่อย ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ  การขาดวิตามินดีทำให้การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันผิดปกติ ส่งผลให้เป็นหวัด ไข้ หรือไมเกรนบ่อยขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง
  5. กล้ามเนื้ออ่อนแรง   วิตามินดีช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและฟื้นตัวได้ดี หากขาดจะทำให้แรงตกและออกกำลังกายได้ไม่เต็มที่
  6. กระดูกหักหรือบาดเจ็บบ่อย วิตามินดีทำงานร่วมกับแมกนีเซียมและวิตามิน K2 ในการพาแคลเซียมเข้าสู่กระดูก หากขาดจะทำให้กระดูกเปราะ และเกิดกระดูกหักหรือบาดเจ็บง่าย
  7. ความต้องการทางเพศลดลง  วิตามินดีมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างฮอร์โมนเพศทั้งชายและหญิง หากขาดจะทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุลและส่งผลต่อแรงขับทางเพศ
  8. ความดันโลหิตสูง  การขาดวิตามินดีทำให้หลอดเลือดอักเสบและหดตัว ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  9. ปัญหาการเรียนรู้และความจำ วิตามินดีช่วยให้เซลล์สมองทำงานได้ดี หากขาดจะทำให้สมาธิสั้น ความสามารถในการจดจำลดลง และเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ยากขึ้น
  10. ภูมิแพ้ตามฤดูกาล เกิดจากการควบคุมฮิสตามีนและการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่สมดุล ทำให้แพ้ง่ายและมีอาการรุนแรงขึ้น
  11. ไมเกรน  ขาดวิตามินดีสัมพันธ์กับการทำงานผิดปกติของเซลล์แมสต์ (mast cell) และฮิสตามีน(Histamine) ทำให้เกิดไมเกรนบ่อยขึ้น
  12. มวลกล้ามเนื้อและกระดูกลดลง  วิตามินดีจำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และกระดูกอ่อน หากขาดจะทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงโดยรวม

ระดับวิตามินดีที่เหมาะสม

• 20 ng/mL = ขาด (Deficiency)

• 20–29 ng/mL = ไม่เพียงพอ

• 30–50 ng/mL = เหมาะสมสำหรับคนทั่วไป

• 40–60 ng/mL = มักใช้เป็น optimal range ในแนว preventive/functional practice

วิธีเพิ่มวิตามินดี

  • รับแสงแดด: ออกแดด 30–45 นาทีต่อวัน (โดยหลีกเลี่ยงการโดนแดดจนผิวไหม้)
  • อาหาร: ไข่จากไก่เลี้ยงธรรมชาติ เนยจากวัวเลี้ยงหญ้า ปลาแซลมอน เนื้อวัวและตับ เห็ด

อาหารเสริม:

  • ปริมาณบำรุงรักษา: ~1,000 IU ต่อ น้ำหนัก 11.3 กิโลกรัม
  • หากขาด: ~2,000 IU ต่อ น้ำหนัก 11.3 กิโลกรัม
  • ช่วงป่วยหนัก: อาจใช้ปริมาณสูงระยะสั้น (เช่น 50,000 IU/วัน 3–5 วัน)
  • ควรทานพร้อมอาหารเพราะเป็นวิตามินละลายในไขมัน
  • ปัจจัยร่วม(Co-factors): แมกนีเซียม สังกะสี วิตามิน A และ K2 ช่วยให้ร่างกายดูดซึมและใช้วิตามินดีได้อย่างเต็มที่

** IU = International Unit : หน่วยวัดมาตรฐานสากลที่ใช้สำหรับสารบางชนิด (เช่น มิลลิกรัม หรือไมโครกรัม) **

สรุป

การขาดวิตามินดีไม่ได้ส่งผลแค่ทำให้กระดูกเปราะ แต่ยังเกี่ยวข้องไปถึงอารมณ์ ภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน พลังงาน และรวมไปถึงการรับรู้ความเจ็บปวด การรักษาระดับวิตามินดีให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีพลัง และมีภูมิต้านทานที่ดีขึ้น

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

วิตามินดี (25(OH)D:Total VitaminD)

เอกสารอ้างอิง

1.Holick, M. F. (2007). Vitamin D deficiency. The New England Journal of Medicine, 357(3), 266–281.

2.Holick, M. F., Binkley, N. C., Bischoff-Ferrari, H. A., Gordon, C. M., Hanley, D. A., Heaney, R. P., … Endocrine Society. (2011). Evaluation, treatment, and prevention of vitamin D deficiency: An Endocrine Society clinical practice guideline. The Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism, 96(7), 1911–1930.

3.Pilz, S., Zittermann, A., Trummer, C., Theiler-Schwetz, V., Lerchbaum, E., Keppel, M. H.,März, W. (2019). Vitamin D testing and treatment: A narrative review of current evidence. Endocrine Connections, 8(2), R27–R43.

4.Bouillon, R. (2017). Comparative analysis of nutritional guidelines for vitamin D. Nature Reviews Endocrinology, 13(8), 466–479.

5.Bischoff-Ferrari, H. A., Shao, A., Dawson-Hughes, B., Hathcock, J., Giovannucci, E., & Willett, W. C. (2010). Benefit–risk assessment of vitamin D supplementation. Osteoporosis International, 21(7), 1121–1132.

6.Grant, W. B., Lahore, H., McDonnell, S. L., Baggerly, C. A., French, C. B., Aliano, J. L., & Bhattoa, H. P. (2020). Evidence that vitamin D supplementation could reduce risk of influenza and COVID-19 infections and deaths. Nutrients, 12(4), 988.

แชร์บทความนี้ :

สอบถามรายละเอียด หรือ นัดหมายการตรวจ

ทีแอลซี อุดร แลบเซ็นเตอร์ (สาขา อุดรธานี)

ขอนแก่น ทีแอลซี แลบเซ็นเตอร์ (สาขา ขอนแก่น)

โกลบอล ทีแอลซี ยูดี เมดิคอลแลบ (สาขา กรุงเทพฯ)

โปรแกรมตรวจที่เกี่ยวข้อง

ไม่พบ โปรแกรมตรวจ ที่เกี่ยวข้อง

บทความยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่พบบทความที่เกี่ยวข้อง

You cannot copy content of this page