วัยทอง ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วผู้ชายเองก็ต้องเจอกับอาการของวัยทองไม่ต่างกัน โดยวัยทองทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป
ภาวะ วัยทอง คืออะไร
ภาวะวัยทอง คือ ภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศได้น้อยลง ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เสื่อมสภาพลง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย เช่น โรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ภาวะวัยทองเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุอยู่ในช่วง 45-55 ปี แต่ผู้หญิงจะแสดงอาการชัดเจนกว่า
ภาวะผู้หญิง วัยทอง เป็นอย่างไร
สตรีวัยหมดประจำเดือน (Menopause) หรือ สตรีวัยทอง คือ ผู้หญิงที่สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวร เนื่องมาจากการที่รังไข่หยุดการสร้างฮอร์โมนเพศเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ส่งผลให้เกิดอาการวัยทองต่างๆ เช่น
- ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก อารมณ์แปรปรวน รบกวนการนอนหลับ พลังงานลดลง รวมถึงร่างกายเริ่มมีการเสื่อมถอยลง
- น้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นจากการที่ร่างกายมีการเผาผลาญน้อยลง
- มีความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- และโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคสมองเสื่อมด้วย
สรุป : ผู้หญิงที่มีภาวะวัยทอง วัยหมดประจำเดือนมีภาวะหมดประจำเดือนต่อเนื่องครบ 1 ปี
และวัยหมดประจำเดือนสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 45 – 55 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 51 ปี เเละยังรวมถึงผู้หญิงที่ได้รับการผ่าตัดรังไข่ทั้ง 2 ข้างออกก่อนที่จะถึงวัยหมดประเดือน

วัย หมดประจำเดือน แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- วัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause)เป็นระยะเวลาที่รังไข่เริ่มทำงานไม่ปกติ จนหยุดทำหน้าที่ไปในที่สุด ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอจนสิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวร ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี บางกรณีอาจมีอาการทางร่างกายต่างๆ เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก คลื่นไส้ และอารมณ์แปรปรวน
- วัยหมดประจำเดือน (Menopause)นับจากการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายต่อเนื่องไปเป็นเวลา 1 ปี
- วัยหลังหมดประจำเดือน (Postmenopause) หลังจากวัยหมดประจำเดือนมาแล้ว 1 ปี ซึ่งเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของสรีระและเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้
อาการ วัยทอง ของผู้หญิง
อาการของสตรีวัยทองอาจเกิดขึ้นในช่วงหลายเดือน หรือหลายปีก่อนจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนอย่างถาวร เเละช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน (perimenopause) ซึ่งอาการแสดงทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของประจำเดือนอาจแตกต่างกันไป ดังนี้
อาการวัยทอง แสดงระยะสั้น
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ หากมีอาการเลือดออกจากช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือน ควรรีบไปพบแพทย์
- ช่องคลอดแห้ง
- ร้อนวูบวาบ
- เหงื่อออกตอนกลางคืน
- นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาในการนอน
- อารมณ์แปรปรวน
- น้ำหนักเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเผาผลาญน้อยลง
- ผิวแห้ง ผมร่วง
อาการวัยทอง และความเสี่ยงในระยะยาว
- โรคกรกระดูกพรุน การที่ร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen) นั้นทำให้กระดูกเปราะบาง เนื่องจากมีการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่กระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ
- โรคหัวใจและหลอดเลือด เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นช่วยลดไขมันไม่ดีในเลือดได้ (LDL) ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดูแลตนเองโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม ลดอาหารมันๆ งดของทอด เบเกอรี่ และรักษาน้ำหนักตัวให้เป็นปกติ รวมถึงขอคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับวิธีป้องกันโรคหัวใจ
- การเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทส่วนกลาง การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นลดลง การเคลื่อนไหวช้าลง ความทรงจำอาจเสื่อมถอยลง
- ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เนื่องจากเนื้อเยื่อของช่องคลอดและท่อปัสสาวะสูญเสียความยืดหยุ่น บางครั้งมีอาการปัสสาวะบ่อย รวมถึงการเพิ่มโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะมากขึ้น
- ช่องคลอดแห้ง เกิดการอักเสบของช่องคลอด มีอาการแสบและเจ็บในช่องคลอด
- น้ำหนักเพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบเผาผลาญทำงานน้อยลง

เคล็ดลับการดูแลสุขช่วงวัยทองวัยทอง
- ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทุกหมู่ ควรควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดโดยงดอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูง และเลือกกินอาหารที่ย่อยง่าย
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ทำสมาธิ หรือมีกิจกรรมเพื่อคลายเครียด
- ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 ลิตร/วัน
- บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และกระชับช่องคลอด
- ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และคัดกรองเบื้องต้น ในระหว่างและหลังวัยหมดประจำเดือน เช่น ตรวจเลือด ตรวจความหนาแน่นของกระดูก ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจมะเร็งเต้านม เป็นต้น
โปรแกรมฮอร์โมนผู้หญิงวัยทอง
- ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen)
- ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง (Progesterone)
- ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง (LH)
- ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง (FSH)



